ร่างกาย body

Posted: มีนาคม 9, 2013 in Uncategorized
คำศัพท์ คำอ่าน ความหมาย
ear เอียร์ หู
tongue ทัง ลิ้น
neck เนค คอ
throat ไธรท ลำคอ
shoulder โชล’เดอะ หัวไหล่
lip ลิพ ริมฝีปาก
moustache มัสทาช หนวด
beard เบียร์ด เครา
chin ชิน คาง
nose โนซ จมูก
cheek ชีค แก้ม
jaw จอ ขากรรไกร
teeth ทีธ ฟัน
head เฮด ศีรษะ
hair แฮร์ ผม
eye อาย ตา
eyebrow อาย’บราว ขนคิ้ว
bone โบน กระดูก
muscle มัส’เซิล กล้ามเนื้อ
chest เชสท หน้าอก
breast เบรสท เต้านม
back แบค หลัง
arm อาร์ม แขน
elbow เอล’โบ ข้อศอก
hand แฮนด มือ
finger ฟิง’เกอะ นิ้วมือ
thumb ธัมบ นิ้วหัวแม่มือ
wrist ริสท ข้อมือ
skin สกิน ผิวหนัง
thigh ไธ ต้นขา
leg เลก ขา
calf คาล์ฟ น่อง
knee นี หัวเข่า
ankle แอง’เคิล ข้อเท้า
toenail โท’เนล เล็บเท้า
fingernail ฟิง’เกอะ เนล เล็บมือ
blood บลัด เลือด
spine สไพน กระดูกสันหลัง
waist เวสท เอว
stomach สทัม’มัค ท้อง
navel เน’เวิล สะดือ
hip ฮิพ สะโพก
brain เบรน สมอง
liver ลิฟ’เวอะ ตับ
heart ฮาร์ท หัวใจ
lung ลัง ปอด
kidney คิด’นี ไต
intestine อินเทส’เทิน ลำไส้
foot ฟุต เท้า
toe โท นิ้วเท้า
big toe บิกโท นิ้วหัวแม่เท้า
bottom บอท’ทัม ก้น
Good evening, have you got a table for 2?
สวัสดี มีโต๊ะว่างสำหรับ 2 คนไหม?
I’d like a table for 6.
ขอโต๊ะสำหรับ 6 คน
Is that table in the corner reserved?
โต๊ะตรงมุมนั้นจองแล้วหรือยัง?
Excuse me, is this table taken?
ขอโทษ โต๊ะตัวนี้จองแล้วหรือยัง?
I’d prefer a table in the centre.
ฉันอยากได้โต๊ะตรงกลาง ๆ มากกว่า
Can we put these two tables together?
เราเอาโต๊ะสองตัวนี่มาต่อกันได้ไหม?
Will you join us for a meal?
คุณจะมาร่วมรับประทานอาหารกับเราไหม?
Can you clean the table, please?
ช่วยทำความสะอาดโต๊ะให้ด้วยได้ไหม?
Could we have a clean table cloth, please?
ขอผ้าเช็ดตะสะอาด ๆ ให้เราได้ไหม?
Can you bring me a napkin?
เอาผ้าเช็ดปากมาให้ฉันด้วยได้ไหม?
What’s the speciality of the house?
อาหารพิเศษของที่นี่มีอะไร?
What’s today’s special?
อาหารพิเศษของวันนี้มีอะไร?
What dose the chef recommend?
หัวหน้าพ่อครัวแนะนำอะไร?
Will it take long?
จะต้องคอยนานไหม?
What have you got ready?
มีอะไรที่เสร็จอยู่แล้วบ้าง?
Who is serving here?
ใครเป็นคนเสิร์ฟที่นี่?
Is there a restaurant near here?
มีภัตตาคารอยู่แถวๆ นี้บ้างไหม?
Where can I get a bite to eat?
ฉันจะไปหาของทานได้ที่ไหน?
Can you show me a good, inexpensive restaurant?
คุณแนะนำภัตตาคารที่ดีๆ แต่ที่ไม่แพงให้ฉันได้ไหม?
Look at these prices! We’d better leave.
ดูราคาพวกนี้ซี เราไปที่อื่นกันดีกว่า
There’s an  excellent little restaurant around the corner.
มีภัตตาคารเล็กๆ ที่วิเศษมากอยู่แห่งหนึ่งอยู่เลยหัวมุมไปหน่อย
How many restaurants are there in the hotel?
ในโรงแรมมีภัตตาคารอยู่กี่แห่ง
Where do you serve breakfast?
คุณบริการอาหารเช้าที่ไหน?
The hotel coffee shop is open day and night.
ค๊อฟฟี่ช๊อพของโรงแรมเปิดตลอดวันตลอดคืน
Shall we have some lunch?
ไปทานอาหารกลางวันกันไหม?
I’ve had my lunch already.
ฉันทานอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว
Are we having dinner together tonight?
คืนนี้เราจะทานอาหารด้วยกันหรือเปล่า?
I’m very hungry. I’m starving.
ฉันหิวมาก ฉันหิวเหลือเกิน
I’m not at all hungry.
ฉันไม่หิวเลย
How much time do you get off for lunch?
คุณพักกลางวันได้นานเท่าไหร่?
We’d like to try some local food.
เราอยากลองทานอาหารพื้นเมืองดู
Where shall we eat?
เราจะไปทานกันที่ไหนดี?
Are you still serving lunch?
คุณยังเสริฟอาหารกลางวันอยู่หรือเปล่า?
Is it too late to get some lunch?
สายเกินไปที่จะทานอาหารกลางวันหรือเปล่า?
Is there a set lunch?
อาหารกลางวันที่เป็นชุดมีไหม?
Do you serve hot meals?
คุณมีอาหารร้อนๆ ขายหรือเปล่า?
This is only a sandwich bar.
นี่เป็นเพียงแซนด์วิชบาร์
Hello, can I book a table for 4 people for tomorrow evening?
ฮัลโหล ฉันขอจองโต๊ะสำหรับ 4 คน สำหรับคืนพรุ่งนี้ได้ไหม?
I can’t get any attention.
ฉันไม่ได้รับการเอาใจใส่เลย
Can I speak to the Maitre d’Hotel?
ขอฉันพูดกับผู้จัดการโรงแรมหน่อยได้ไหม?
Can I see the menu?
ขอดูเมนูหน่อย (รายการอาหาร)
The menu, please.
ขอเมนูหน่อย
What’s your sirloin like tonight?
คืนนี้เนื้อสันในของคุณเป็นอย่างไรบ้าง?
Is the veal tender?
วีล (เนื้อลูกวัว) เปื่อยไหม?
May I take your order now?
จะสั่งเดี๋ยวนี้เลยได้ไหม?
Can we order now?
เราจะสั่งเดี๋ยวนี้เลยได้ไหม?
Can you bring me the wine list?
เอารายการเหล้าองุ่นมาให้ฉันด้วยได้ไหม?
How do you like your meat done, Madam?
ชอบรับเนื้ออย่างไร คุณนาย?
Ilike it rare, please.
ฉันชอบให้ดิบ ๆ หน่อย
Well done, please.
ให้สุกมาก ๆ นะ
Medium, please.
เอาแบบปานกลาง
What kind of salad dressing would you like?
จะรับครีมสลัดชนิดไหน?
I’ll have some soup, followed by a lamb chop
ฉันขอซุปก่อน แล้วเดี๋ยวตามด้วยเนื้อซี่โครงแกะ
No potatoes for me, thank you.
ฉันไม่เอามันเทสนะ ขอบใจ
Just the one entrée for you , Madam?
รับอองทเร่อย่างเดียวหรือครับคุณนาย?
What will you have to start with?
คุณจะรับอะไรก่อน?
He doesn’t eat meat. He’s a vegetarian.
เขาไม่ทานเนื้อ เขาเป็นผู้ซึ่งทานแต่ผัก (กินเจ)
Would you like to try our buffet, Sir?
คุณจะลองรับบุ๊ฟเฟ่ของเราดูไหม?
Do help yourself!
เชิญช่วยตัวเองได้เลย
Don’t wait to be asked.
อย่าคอยให้ต้องเชิญ
May I give you some more vegetables?
รับผักอีกไหม?
Could you pass me the rice, please?
กรุณาส่งข้าวให้ฉันหน่อย
Pass the salt and pepper, please.
กรุณาส่งเกลือกับพริกไทยให้หน่อย
I’d like some more of the same, please.
ขออย่างเดียวกันนี้เพิ่มอีกหน่อย
This chicken is very tough.
ไก่นี่เหนียวมาก
This meat is inedible.
เนื้อนี้ทานไม่ลง
This meat isn’t fresh.
เนื้อนี่ไม่สด
This duck is overcooked.
เป็ดนี่สุกเกินไป
The rice is burnt.
ข้าวนี่ไหม้
This cheese is bad.
เนยแข็งนี่เสีย
This soup is cold.
ซุปนี่เย็นไป
This bread is stale.
ขนมปังนี่เหม็นอับ (เก่า)
I didn’t order this.
ฉันไม่ได้สั่งสิ่งนี้
Can you take it back, please.
กรุณาเอาคืนไปด้วย
This fork hasn’t been washed properly.
ส้อมคันนี้ล้างไม่สะอาด
This knife doesn’t cut very well.
มีดเล่มนี้ตัดไม่ค่อยเข้า
What will you have for dessert?
คุณจะรับของหวานอะไร?
What do you recommend?
คุณแนะนำอะไร? (คุณว่าอะไรดี)
What fruit is in season now?
ฤดู (หน้า) นี้มีผลไม้อะไรบ้าง?
Will you have something else?
จะรับอะไรอีกไหม?

การขอโทษ เสียใจ

Posted: มีนาคม 9, 2013 in Uncategorized

I’m sorry.
ผมขอโทษ

I’m sorry. I’m late.
ขอโทษที่มาช้า

I’m sorry I troubled you.
ขอโทษที่ทำให้ต้องลำบาก

Excuse me, please.
ขอโทษครับ/ค่ะ

Excuse me for interrupting.
ขอโทษที่รบกวน

Excuse me for a moment.
ขอโทษขอเวลาสักครู่

I’m terribly sorry for what I said to you.
ฉันเสียใจกับสิ่งที่ฉันพูดกับคุณ

I’m so very sorry for what I did.
ฉันขอขอโทษอย่างมากกับสิ่งที่ฉันพูดกับคุณ

I realize my mistake now and I’m sorry.
ผมตระหนักถึงความผิดของผม ตอนนี้ผมขอโทษ

I hope you can forgive me.
ฉันหวังว่าคุณจะให้อภัยฉัน

I’m  so sorry.
ผมเสียใจอย่างมาก

I hope we can still be friends.
ผมหวังว่าเรายังจะเป็นเพื่อนกันนะ

That’s my bad.
นั่นความผิดของผม

Oh I’m sorry!
โอ้ผมขอโทษ

It’s my fault.
มันเป็นความผิดของฉันเอง

How stupid of me!
ฉันช่างโง่เง่าเสียเหลือเกิน
I’m sorry I’m late.
ขอโทษด้วยที่ฉันมาสาย

การตอบรับคำขอโทษ

That’s all right.
ไม่เป็นไร

Don’t worry (about it).
อย่ากังวลไปเลย

No problem.
ไม่มีปัญหา

That’s O.K. หรือ I’m O.K.
ไม่เป็นไร หรือ ผมไม่เป็นไร

There is no need to apologise, let’s forget it.
มันไม่จำเป็นเลยที่จะต้องขอโทษ ลืมมันเถิด

I accept your apology, so do not worry.
ฉันรับคำโทษคุณแล้ว ดังนั้นไม่ต้องกังวลแล้วล่ะ

I forgive you.
ฉันให้อภัยคุณ

I’m sorry too.
ฉันก็ขอโทษเหมือนกัน

OK, let’s just forget all about it.
อืมลืมเรื่ิองทั้งหมดนั้นเถิด

Passenger           : Good evening! Can you help me, please?
ผู้โดยสาร                 สวัสดีครับ คุณจะช่วยผมได้ไหม
Flight Assistant    : Good evening, sir! Yes, ofcourse! What can I do for you?
พนักงาน                 พนักงาน   สวัสดีค่ะ ได้ค่ะ จะให้ฉันช่วยอะไรคะ
Passenger           : Here is my ticket! I am booked by your airlines for New York. What am I to do?
ผู้โดยสาร                นี่เป็นตั๋วของผม  ผมจองสายการบินของคุณสำหรับไปนิวยอร์ก ผมจะต้องทำอะไรบ้าง
Flight Assistant    : It’s all right! Just let me see your passport as well. You may keep your luggage here.
พนักงาน                 ได้ค่ะ ให้ดิฉันดูพาสปอร์ตของคุณก่อน สัมภาระของคุณเอาไว้ที่นี่ค่ะ
Passenger           : Here you are. What else?
ผู้โดยสาร                 นี่ครับ มีอะไรอีกไหม
Flight Assistant    : Please tie this tag on to your hand baggage.               Just go right across to the bank to pay your Airport tax.
พนักงาน                  ช่วยเอาแท็กนี้ติดที่กระเป๋าของคุณค่ะ  แล้วข้ามไปที่ธนาคารเพื่อจ่ายภาษีสนามบินค่ะ
Passenger           : Thanks. Need I come back to you again?
ผู้โดยสาร                 ขอบคุณครับ เออแล้วผมต้องกลับมาหาคุณอีกไหมครับ
Flight Assistant    : Please just relax in the lobby on your left. Your flight is about two hours late. We shall contact you, if required.
พนักงาน                  คุณพักผ่อนตรงลอบบี้ทางซ้ายมือ  เที่ยวบินของคุณช้าไปสองชั่วโมง เราจะเรียกคุณ ถ้าถึงเวลา
Passenger           : Please do let me know when I am to go for my flight.
ผู้โดยสาร                ให้ผมรู้ได้ไหมว่าผมต้องไปขึ้นเครื่องกี่โมง
Flight Assistant    : Very well, sir. Please don’t worry. We shall let you know.
พนักงาน                 ได้ค่ะ ไม่ต้องกังวลนะคะ เราแจ้งให้คุณทราบค่ะ
Passenger           : Thank you.
ผู้โดยสาร                 ขอบคุณครับ
Flight Assistant    : Thank you. Sir.
พนักงาน                  ขอบคุณค่ะ
See you later/soon/then.
เดี๋ยวเจอกันนะ
Have a nice day/time.
โชคดีนะ/วันนี้ขอให้มีความสุขนะ
Have a nice holiday.
ขอให้มีความสุขในวันหยุดนะ
Have a nice weekend.
ขอให้มีความสุขในวันสุดสัปดาห์นะ
Have a good time.
ขอให้มีความสุขนะ/ขอให้เที่ยวให้สนุกนะ
Have a good/nice trip
ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะ
Take care (of yourself)
ดูแลตัวเองด้วย/รักษาเนื้อรักษาตัวด้วย
Sweet dreams / Sleep well
ฝันดีนะ/นอนหลับให้สบายนะ
Good luck./Be successful.
โชคดี/ขอให้ประสบความสำเร็จ
Goodbye/Bye
ไปแล้วนะ/ไปล่ะ

I’ll see you after class.

 แล้วพบกันหลังเลิกเรียน
Have a nice weekend.
ขอให้มีความสุขในวันสุดสัปดาห์นะ
Have a good time.
ขอให้มีความสุขนะ
Good  night.
ราตรีสวัสดิ์
See you next week
แล้วเจอกันใหม่สัปดาห์หน้านะคะ
Give my best wish to your brother.
ส่งความปรารถนาดีถึงพี่ชายของคุณด้วยนะคะ
So long, Tonya. Say hello to your sister for me
ลาก่อนนะ ธัญญา ฝากสวัสดีถึงพี่สาวคุณด้วย
Take care and have a nice day.
ดูแลตัวเองและขอให้มีความสุขนะคะ
I have to go now. Call me when you have time. Good bye.
ฉันต้องไปแล้วนะ   โทรหาฉันบ้าง ถ้าคุณมีเวลาว่าง ลาก่อน
Good morning
สวัสดี (เช้าถึงเที่ยงวัน)
Good afternoon
สวัสดี (หลังเที่ยงวันถึงช่วงเย็น)
Good evening
สวัสดี (ช่วงเย็นถึงกลางคืน)
Good day
สวัสดี (ตลอดวัน)
Hello/Hi
สวัสดี (เพื่อนหรือคนรู้จักทั่วไป)
การสอบถามทุกข์-สุข 
How are you?   (เน้นเรื่องสุขภาพ)
How are you doing? (อเมริกัน)
How’s it going? (เน้นความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน)
How have you been? (ในกรณีนาน ๆ เจอกันที)
เป็นไงบ้าง

How’s your life?
ภรรยาของคุณเป็นไงบ้าง

How’s everything?
ทุกอย่างเป็นไงบ้าง

การตอบ 

Fine, thanks. And you?
สบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ
Good.
สบายดี
Very well
สบายดีมาก
I’m O.K.
ก็ดี
So so.
ก็งั้น ๆ
Not (too) bad
ก็ไม่เลว
Great!
เยี่ยม, วิเศษ
That’s nice. ดีจัง
That’s excellent. วิเศษจัง
Well done. ดี
Brilliant! วิเศษ
Great! เยี่ยม
Pretty good. ดี
ตัวอย่างสำนวนในการชมเชย
I really like your hairstyle.
ผมชอบทรงผมของคุณจริง ๆ
I love your work.
ผมชอบผลงานของคุณมาก
I think your idea is very nice.
ฉันคิดว่าความของคุณดีมาก
Your watch is very beautiful.
นาฬิกาของคุณสวยมาก
What a nice bag!
ช่างเป็นกระเป๋าที่สวยอะไรเช่นนี้
การตอบรับคำชม
Oh, thank you. I just got it yesterday.
ขอบคุณ ผมเพิ่งได้มาเมื่อวานนี้เอง
Oh, thanks. My friend gave it to me.
ขอบคุณ เพื่อนผมให้มา
Thank you. I’m glad you like it.
ขอบคุณ ผมดีใจที่คุณชอบมัน
Thank you. It’s nice of you to say.
ขอบคุณ ดีจังที่คุณชม
Thank you. Yours is also very nice.
ขอบคุณ ของคุณก็ดีเช่นกัน

การตอบรับคำชม
Oh, thank you. I just got it yesterday.
ขอบคุณ ผมเพิ่งได้มาเมื่อวานนี้เอง
Oh, thanks. My friend gave it to me.
ขอบคุณ เพื่อนผมให้มา
Thank you. I’m glad you like it.
ขอบคุณ ผมดีใจที่คุณชอบมัน
Thank you. It’s nice of you to say.
ขอบคุณ ดีจังที่คุณชม
Thank you. Yours is also very nice.
ขอบคุณ ของคุณก็ดีเช่นกัน

 

การเห็นด้วย 
I agree.
ผมเห็นด้วย
So do I.
ฉันก็เช่นกัน
That’s a good idea.
เป็นความคิดที่ดี
You’re right.
ถูกของคุณ
ใช้อย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างเพื่อนฝูง เช่น
Good idea!
ความคิดเยี่ยม!
That sounds great!
ฟังดูเยี่ยมเลย!
Wonderful!
วิเศษ!
การไม่เห็นด้วย
I don’t agree.
ผมไม่เห็นด้วย
I think you’re wrong.
ผมคิดว่าไม่ใช่
I don’t think so.
ผมไม่คิดเช่นนั้น
I’m not sure.
ฉันไม่แน่ใจ
I wouldn’t do that.
ผมจะไม่ทำเช่นนั้น (ไม่เห็นด้วย)

การถาม

Do you have any  ideas? คุณมีความคิดอะไร ไหม
Congratulations!
ขอแสดงความยินดี
Congratulation on your winning the prize/award/contest.
ขอแสดงความยินดีกับการชนะรางวัล/การแข่งขันของคุณ
Congratulations on your appointment/promotion/success//graduation.
ขอแสดงความยินดีด้วยกับตำแหน่งใหม่/ความสำเร็จ/การศึกษาของคุณ
Please accept my congratulations.
โปรดรับความยินดีของผมด้วย
Please give her my congratulations.
ขอฝากแสดงความยินดีกับเธอด้วย

หลักการใช้คำกริยา (Verbs)
1) สกรรมกริยาและอกรรมกริยา (Transitive and Intransitive Verbs)
คำกริยาจะแบ่งเป็น 2 ชนิดคือกริยาที่ต้องมีกรรมมารับกับกริยาที่ไม่ต้อง
มีกรรมมารับ
1.1) กริยาที่ต้องมีกรรมมารับ หรือ สกรรมกริยา (Transitive verbs: vt)
เช่น build, make, need, send, like, use, spell, want เป็นต้น
ตัวอย่าง: – The patient needs a surgery.
– She makes a mistake.
– My friend used this car yesterday.
1.2) กริยาที่ไม่ต้องมีกรรมมารับ หรือ อกรรมกริยา (Intransitive verbs: vi)
เช่น come, arrive, live, happen, agree, sleep, occur, cry, rain, walk, go เป็นต้น
ตัวอย่าง: – I slept late last night.
– She cries.
– He will come tomorrow.
2) กริยาช่วย (Modal Auxiliaries)
กริยาช่วยในภาษาอังกฤษประกอบด้วย can, could, shall, should, will, would,
may, might, must, have to, have got to, ought to, had better
หลักการใช้:
can, could (รูปอดีตของ can), be able to: ใช้เพื่อแสดงถึงความสามารถ
หรือบอกถึงบางสิ่งบางอย่างที่เป็นไปได้
ตัวอย่าง : – He can play tennis.
– She could not remember me.
– He could run for an hour.
– I was able to beat him even he was a very good player.could (do), could have (done): could สามาถใช้ได้ในหลายรูปแบบ บางครั้ง
เป็นรูปอดีตของ can บางครั้งเพื่อแสดงความเป็นไปได้ในปัจจุบันหรืออนาคต
ตัวอย่าง: – What will you do this evening? I could have dinner with my friend.
– There could be another bus in next ten minutes.
– Why didn’t she stay with her parents? She could have stayed with-
her friend.must (have), can’t (have): ใช้เพื่อแสดงความมั่นใจว่าสิ่งนั้นเป็นจริง หรือถูกต้อง
หรือเพื่อแสดงความจำเป็น
ตัวอย่าง: – You have been travelling all day. You must be sleepy and tried.
– You just have only breakfast today. You must be very hungry now.
– This is the only bus to go to Surin. You must take it.
– It looks very cloudy. I think he can’t come to see us.
หมายเหตุ: รูปอดีตกาลใช้ must have (done), can’t have (done)may (have), might (have): ใช้เพื่อแสดงถึงความเป็นได้ (may หรือ might
สามารถใช้แทนกันได้)
ตัวอย่าง: – She may be in the office.
– He might not be in his room (รูปปฏิเสธของ may และ might)
– Tom might join our party.
หมายเหตุ: รูปอดีตกาลใช้ may have (done), might have (done)
could สามารถใช้แทน may, might ได้ แต่ความเป็นไปได้จะมีน้อยกว่าcan, could, may, would, will: สามารถใช้ในการขอร้อง, การขออนุญาต,
การเสนอ หรือการเชื้อเชิญ
ตัวอย่าง: – Can you wait a moment, please?
– Could you tell me how to get to the train station?
– May I borrow your pen?
– Would you like a cup of coffee or tea?
– Will you see me tonight?

must, have to, have got to: ใช้เพื่อแสดงความจำเป็นในการทำบางสิ่งบางอย่าง
ตัวอย่าง: – I must write to her. I haven’t write to her for ages.
– I have to go to hospital.
– I have got to work tonight (have got to ใช็ในรูปแบบที่ไม่เป็นทางการ)
หมายเหตุ: had to เป็นรูปอดีตของ must, have to และ have got to
รูปปฏิเสธใช้ mustn’t , don’t have to อย่างไรก็ตาม mustn’t ใช้เพื่อเป็นการ
ห้ามปรามไม่ให้ทำสิ่งนั้นจริงๆ เช่น You mustn’t tell anyone what I said.
ขณะที่ don’t have to ใช้เพื่อแสดงว่าไม่จำเป็นต้องทำสิ่งนั้น หากไม่ต้องการ
เช่น – You don’t have to work on Saturday if you don’t want.

should, had better, ought to: ใช้เพื่อแสดงการเสนอแนะ
ตัวอย่าง – It’s very late now. I had better go to sleep.
– Should we invite her to the party?
– Ben ought not to drive. He is too tired.
หมายเหตุ: should ยังสามารถใช้เพื่อแสดงว่าบางสิ่งบางอย่างอาจเกิดขึ้น
ตัวอย่าง – I have been studying hard for the whole semester. I should
pass the exam.

3) การผันกริยา (v) to be, do, have ให้เป็นปฏิเสธ
3.1) V to be ปัจจุบันกาล (be present tense)
รูปเต็ม รูปย่อ รูปปฏิเสธแบบย่อ
(Full forms) (Short forms) (Negative short forms)
I am I’m I’m not
you are you’re you aren’t/you’re not
he is he’s he isn’t/he’s not
she is she’s she isn’t/she’s not
it is it’s it isn’t/it’s not
we are we’re we aren’t/we’re not
you are you’re you aren’t/you’re not
they are they’re they aren’t/they’re not

3.2) V to be อดีตกาล (be past tense)
รูปเต็ม รูปย่อ รูปปฏิเสธแบบย่อ
(Full forms) (Short forms) (Negative short forms)
I was – I wasn’t
you were – you weren’t
he was – he wasn’t
she was – she wasn’t
it was – it wasn’t
we were – we weren’t
you were – you weren’t
they were – they weren’t

3.3) V to have ปัจจุบันกาล (have present tense)
รูปเต็ม รูปย่อ รูปปฏิเสธแบบย่อ
(Full forms) (Short forms) (Negative short forms)
I have I’ve I haven’t/I’ve not
you have you’ve you haven’t/you’ve not
he has he’s he hasn’t/he ‘s not
she has she’s she hasn’t/she’s not
it has it’s it hasn’t/it’s not
we have we’ve we haven’t/we’ve not
you have you’ve you haven’t/you’ve not
they have they’ve they haven’t/they’ve not

3.4) V to have อดีตกาล (have past tense)
รูปเต็ม รูปย่อ รูปปฏิเสธแบบย่อ
(Full forms) (Short forms) (Negative short forms)
had I’d hadn’t
(ใช้กับทุกประธาน) you’d
etc.

3.5) V to do ปัจจุบันกาล (do present tense)
รูปเต็ม รูปย่อ รูปปฏิเสธแบบย่อ
(Full forms) (Short forms) (Negative short forms)
I do – I don’t
you do – you don’t
he does – he doesn’t
she does – she doesn’t
it does – it doesn’t
we do – we don’t
you do – you don’t
they do – they don’t

3.6) V to do อดีตกาล (do past tense)
รูปเต็ม รูปย่อ รูปปฏิเสธแบบย่อ
(Full forms) (Short forms) (Negative short forms)
did – didn’t
(ใช้กับทุกประธาน)

3.7) be,do,have
Present participle being doing having
Past participle been done had